Author Archives: aumpai jankong

ครึ่งปี BTS รายได้พุ่ง2หมื่นล้าน เปิดรถไฟฟ้าไป ม.เกษตรดันผู้โดยสารทะลุ8.8แสนคน/วัน

BTS รายได้พุ่ง2หมื่นล้าน เปิดรถไฟฟ้าไป ม.เกษตรดันผู้โดยสารทะลุ8.8แสนคน/วัน

นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง แถลงผลประกอบการไตรมาส 2 และครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2562/2563 ว่า ไตรมาส 2 (ก.ย.-พ.ย. 2562) มีรายได้รวม 11,359 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 2 (ก.ย.-พ.ย. 2561) ปีที่แล้วที่มีรายได้รวม 15,818 ล้านบาท 28% @รายได้ครึ่งปี 2 หมื่นล้าน เนื่องจากการรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองลดลง แต่กำไรสุทธิของปีนี้อยู่ที่ 1,278 เพิ่มขึ้น 91% จากไตรมาส 2 ปีที่แล้วที่มีกำไรสุทธิ 670 ล้านบาท และกำไรก่อนหักค่าใช้จ่าย (EBITDA) อยู่ที่ 1,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มี EBITDA 1,401 ล้านบาท “คิดเป็นผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรก จะมีรายได้รวม 20,445 ล้านบาท เพิ่มขึ้น […]

สื่อนอกบ้านโตกว่าอุตสาหกรรมสื่อรวม ทำ Plan B กำไรโต 6.2% มั่นใจปี 2563 ไม่กระทบ

สื่อนอกบ้านโตกว่าอุตสาหกรรม

บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ Plan B ได้รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 3 ให้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนี้ ธุรกิจสื่อโฆษณายังขยายตัวได้ดี มีการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้น 3.5% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาสื่อโฆษณาใหม่จากป้ายโฆษณาดิจิทัลที่อยู่นอกบ้าน สื่อโฆษณาภาพนิ่ง สื่อโฆษณาในสนามบินและในห้างสรรพสินค้า ในขณะที่ภาพรวมของสื่อนอกบ้านมีมูลค่า 3,688 ล้านบาท เติบโต 5.2% มากกว่าอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาโดยรวมที่มีมูลค่า 26,656 ล้านบาท เติบโต 0.3% อัตราการใช้สื่อโฆษณาอยู่ในระดับ 74.8% ลดลงจากระดับ 81.2% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งนี้เป็นผลมาจากการเปิดให้บริการสื่อโฆษณาใหม่หลายโครงการ ซึ่งปกติจะใช้เวลา 3-6 เดือนในการพัฒนาให้ได้มาตรฐาน รายได้รวม 1,194.9 ล้านบาท ลดลง 0.5% มีปัจจัยมาจากรายได้ของธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) ที่ปรับตัวลดลง 25.2% เนื่องจากธุรกิจ Music Marketing ลดลง แต่มีรายได้จากการให้บริการสื่อโฆษณา 960.6 […]

ตลาดโฆษณาโลกสดใส คาดเม็ดเงินสะพัดเพิ่ม 6% ทะลุ 6.56 แสนล้านเหรียญปีหน้า

ตลาดโฆษณาโลกสดใส คาดเม็ดเงินสะพัดเพิ่ม 6% ทะลุ 6.56 แสนล้านเหรียญปีหน้า

หลังจากซึมเซามาพักใหญ่วันนี้ตลาดโฆษณาถูกประเมินว่าจะคึกคักขึ้นในปีหน้าแรงหนุนสำคัญคือเม็ดเงินซื้อโฆษณาที่เพิ่มขึ้นในแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Google, Facebook และ Amazon คาดว่าการลงทุนโฆษณาทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 6% เป็น 6.56 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2020 อย่างไรก็ตาม บริษัทวิจัยตลาด WARC ประเมินว่าการที่ยักษ์ใหญ่ออนไลน์สามารถดูดเงินโฆษณาได้เพิ่มขึ้น ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างจะฟื้นตัว เพราะอาจมีปัจจัยอื่นทำให้เกิดภาวะถดถอยในวงการโฆษณาทั่วโลกได้เช่นกัน James McDonald ผู้จัดการฝ่ายบรรณาธิการของ WARC Data อธิบายในแถลงการณ์ว่าดัชนีเศรษฐกิจมหภาคที่อ่อนแอ ความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ลดลง และความตึงเครียดทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น ล้วนเป็น 3 สาเหตุหลักที่อาจทำให้วงการโฆษณาโลกหงอยเหงาก็ได้ในปี 2020 โตเบาๆ 6% ภายในสภาวะแวดล้อมเช่นนี้ WARC คาดว่าการเติบโตของการลงทุนด้านโฆษณาทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 6% โดยการโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตจะคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของการลงทุนด้านโฆษณาทั่วโลกเป็นครั้งแรกในปีหน้า อัตราเติบโต 6% นี้สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศทั้ง IMF และ Euromonitor ซึ่งมองว่า GDP และการใช้จ่ายของผู้บริโภคจะเติบโตทั่วโลกที่ 6% เช่นกัน ตัวเลขนี้ถือเป็นการเติบโตที่โดดเด่นกว่าปีนี้ที่เติบโตเพียง 2.5% แต่ลดลงจาก 7.3% ที่ WARC เคยประเมินไว้เมื่อปีที่แล้ว แพลตฟอร์มออนไลน์ที่จะดูดเม็ดเงินโฆษณาได้มากที่สุดคือโซเชียลมีเดีย บริการค้นหา และบริการวิดีโอออนไลน์ นั่นคือ Facebook, Google และ YouTube จะกินรวบเม็ดเงินโฆษณาต่อเนื่องถึงปีหน้า ขณะเดียวกัน Amazon ก็เริ่มได้รับความนิยมจากผู้โฆษณามากขึ้น โดย Amazon สามารถชิงส่วนแบ่งโฆษณาโลกได้เพิ่มขึ้นเป็น 2.5% สัดส่วน Top 3 ตลาดโฆษณาโลกในปี 2020 พบว่าอันดับ 1 ยังคงเป็นสื่อทีวีที่จะชิงเค้กไปได้ 29.9% รองลงมาคือ Alphabet ซึ่งมีสื่อในเครือเช่น Google และ YouTube อีก 23.1% อันดับ 3 คือ Facebook ที่คาดว่าจะฮุบเม็ดเงิน 12.9% ของตลาดรวมได้สำเร็จ ทั้งหมดนี้ใหญ่กว่า Amazon ที่คาดว่ามีส่วนแบ่งโฆษณาโลก 2.5% ในปี 2020 ส่วนอื่นหดต่อไป WARC ย้ำว่านอกจาก Top 3 แพลตฟอร์มโฆษณายักษ์ การลงทุนของนักโฆษณาในสื่ออื่นจะยังคงที่หรือลดลง ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2012 หรือ 7 ปีที่ผ่านมา หากมองในมุมของสินค้าและบริการ การศึกษาพบว่าแบรนด์ทั้ง 19 หมวดหมู่ล้วนมีแนวโน้มซื้อโฆษณามากขึ้นในปีหน้า ในกลุ่มนี้ 8 หมวดหมู่หลักที่จะเพิ่มการลงทุนด้านโฆษณาเป็นพิเศษ คือบริการด้านการเงิน บริการสำหรับครัวเรือนและพื้นที่ในประเทศ บริการขนส่งและการท่องเที่ยว บริการโทรคมนาคม เทคโนโลยีสาธารณูปโภค และอิเล็กทรอนิกส์ แบรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ค่ายยานยนต์ และแบรนด์น้ำอัดลม ในขณะที่ภาคบริการด้านการเงินที่มีแนวโน้มซื้อโฆษณาเพิ่มขึ้นมากที่สุด การสำรวจกลับพบว่าภาคการค้าปลีกจะเห็นการใช้จ่ายโฆษณาที่เติบโตช้าที่สุด เห็นได้ชัดจากแบรนด์ใหญ่อย่าง Adidas หรือ Procter & Gamble ที่ยอมรับว่าได้ลงทุนโฆษณาดิจิทัลมากเกินไป และหลังจากนี้จะหันมาใช้ดาต้าและข้อมูลอื่นมาจำลองและวิเคราห์เพื่อเลือกหนทางโฆษณาสำหรับขับเคลื่อนยอดขายที่รอบคอบกว่าเดิม สิ่งที่เห็นชัดจากตัวเลขเหล่านี้คือภาพรวมการใช้จ่ายโฆษณาที่แตกต่างจากช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ย้อนไปเมื่อปี 2010 ราว 34.1% ของเม็ดเงินโฆษณาถูกดึงไปที่ทีวี ขณะที่ 34.9% ไหลไปที่หนังสือพิมพ์ เวลานั้นบริษัทอย่าง Alphabet มีสัดส่วนโฆษณาโลกเพียง 6.2% และ Facebook คิดเป็นสัดส่วนจิ๋ว 0.4% เท่านั้น ทิ้งห่างธุรกิจโฆษณาของ Amazon ที่ดึงเงินโฆษณาได้น้อยกว่า 0.1%. ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล : positioningmag

เม็ดเงินโฆษณาไม่ปังติดลบ 2% โฮมช้อปปิ้งยึดจอยาว sanook เปย์เบอร์ 1 แซงทีวีไดเร็ค

ผ่านมาถึง 5 เดือนเต็ม แต่เม็ดเงินโฆษณายังคงติดลบต่อเนื่อง จากการเปิดเผยของนีลเส็น พบว่าเดือน พ.ค. 2562 ใช้งบโฆษณารวม 8,789 ล้านบาท ทีวียังครองเม็ดเงิน 60% ด้วยงบ 5,728 ล้านบาท ตามด้วย สื่อในโรงภาพยนตร์ 664 ล้านบาท สื่อนอกบ้าน565 ล้านบาท สื่อบนรถประจำทาง 483 ล้านบาท หนังสือพิมพ์ 475 ล้านบาท วิทยุ 354 ล้านบาท เคเบิลทีวี/ดาวเทียม200 ล้านบาท สื่อดิจิทัล 146 ล้านบาท สื่อในห้าง 93 ล้านบาท นิตยสาร 81 ล้านบาท เดือน พ.ค. โฮมช้อปปิ้งยังคงครองอันดับการใช้งบโฆษณาสูงสุด เพื่อต้องการแจ้งเกิดโดยเร็ว น้องใหม่อย่างSanook Shopping Direct Sales จึงอัดงบแซงหน้า TV Direct ไปแบบฉิวเฉียด ด้วยงบโฆษณา 102 ล้านบาท ส่วนทีวีไดเร็คใช้ไป 99 ล้านบาท ห่างกันแค่ 2 ล้านบาท อันดับ 3 เครื่องดื่มโค้ก 96 ล้านบาท อันดับ 4 ธนาคารออมสิน 95 ล้านบาท อันดับ 5 นมผง s-26 รายนี้มาแรง อัดโฆษณาแทบทุกช่วง ใช้งบไป 86 ล้านบาท  อันดับ 6 O-Shopping 83 ล้านบาท อันดับ 7 น้ำยาปรับผ้านุ่ม ดาวน์นี่ อันดับ 8 Direct Sale Unknow 73 ล้านบาท อันดับ 9 เนสกาแฟ พร้อมดื่ม 73 ล้านบาท อันดับ 10 โทรศัพท์มือถือซัมซุง บริษัท ยูนีลีเวอร์ (ไทย) ยังคงครองอันดับ 1 แต่การใช้งบโฆษณาลดลง 323 ล้านบาท อันดับ 2 บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (ประเทศไทย) 215 ล้านบาท อันดับ 3 Unknow Advertising Direct Sale 186 ล้านบาท อันดับ 4 บริษัท เนทสเล่ (ไทย) 146 ล้านบาท อันดับ 5 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย 145 ล้านบาท (ใช้ลดลง) อันดับ 6 บริษัท ลอรีอัล ประเทศไทย จำกัด 125 ล้านบาท อันดับ 7 บริษัท โคคา–โคลา(ประเทศไทย) 124 ล้านบาท อันดับ 8 บริษัท เป๊ปซี–โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง 109 ล้านบาท อันดับ 9 GMM Grammy 105 ล้านบาทอันดับ 10 บริษัท ตรี เพ็ชร อีซูซุ เซลส์ 104 ล้านบาท ทั้งนี้ นีลเส็นแจ้งว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป ได้เปลี่ยนวิธีการเก็บข้อมูลในสื่อ Internet จากการเก็บในรูปแบบ manual ทีใช้พนักงานเก็บข้อมูลจำนวน 50 website +10 mobile web มาเป็นการใช้เทคโนโลยี Crawler เพื่อจัดเก็บข้อมูลโฆษณาบนเว็บไซต์ จำนวนทั้งหมด 200 เว็บไซต์ซึ่งจะใช้ชื่อสื่อใหมนี้ว่า ‘Digital’ ซึ่งเป็นสื่อในรูปแบบ Text, Flash, HTML5, Image, Skin, Video และ inbanner video ทั้งโฆษณาจาก Direct, Indirect programmatic และนำมาคำนวณตาม Rate card กลาง จากวิธีการคำนวณของทีมนีลเส็น Global. หมายเหตุสำคัญ สื่อกลางแจ้ง (outdoor) และสื่อเคลื่อนที่ (transit):มีการรวมข้อมูลจาก JCDecaux สำหรับข้อมูลจากสื่อในสนามบินตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2560 และข้อมูลของสื่อ outdoor และ transit จาก  JCDecaux ได้ถูกรวมเข้าไว้ในรายงานตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560  นีลเส็นได้มีการเพิ่มพื้นที่การเก็บข้อมูลสื่อกลางแจ้ง (outdoor) เช่น สื่อเคลื่อนที่ (transit),ป้ายบิลบอร์ด, ป้ายโฆษณาบนทางเท้า, สื่อในสนามบิน และอื่นๆ ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2559 เป็นต้นมา   อินเทอร์เน็ต – ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2559 นีลเส็นได้มีการขยายการเก็บข้อมูลโมษณาผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตโดยครอบคลุม 50 เว็บไซต์ยอดนิยม และ 10 เว็บไซต์ยอดนิยมบนมือถือ สำหรับภาพรวมการใช้งบโฆษณาผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตทั้งหมดกรุณาอ้างอิงข้อมูลจาก DAAT สื่อในห้าง – นีลเส็นได้มีการเพิ่มข้อมูล สื่อวิทยุในห้าง Big C และ 7 Eleven เข้ามาในฐานข้อมูล ตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2558 ข้อมูลของสื่อในห้าง Tesco Lotus และ Big C ไม่ได้รวมอยู่ในฐานข้อมูลของนีลเส็น ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2559 เป็นต้นมา ได้มีการเพิ่มสื่อที่บริหารจัดการโดยบริษัท Plan […]

VGI ยืนยันไม่แทรกแซงงานบริหาร PLANB ยังคงเกื้อหนุนธุรกิจซึ่งกันและกันเสริมแกร่งในอนาคต

VGI ยืนยันไม่แทรกแซงงานบริหาร PLANB

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(12 มิถุนายน 2562)———–นายมารุต อรรถไกวัลวที กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGI เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทฯได้เข้าลงทุนในบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) (“PLANB”) โดยการซื้อหุ้นสามัญจำนวนรวมท้ังสิ้น 721,804,705 หุ้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 18.59 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วท้ังหมดของ PLANB ทำให้บริษัทฯ มีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รายหนึ่งใน PLANB นั้น บริษัทฯ ขอชี้แจงว่าการเข้าซื้อหุ้นใน PLANB ของบริษัทฯ ดังกล่าวข้างต้นมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการลงทุนเท่าน้ัน โดยมิได้มีเจตนาที่จะเข้าแทรกแซงการบริหารจัดการธุรกิจของ PLANB แต่อย่างใด ทั้งนี้โครงสร้างการถือหุ้นของ PLANB ภายหลังจากที่บริษัทฯ เข้าลงทุน ยังคงมีนายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ท้ังทางตรงและทางอ้อมคิดเป็นสัดส่วนรวมร้อยละ 25.09 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วท้ังหมดของ PLANB นอกจากนี้ การบริหารงานของ PLANB ก็ยังอยู่ภายใต้การดำเนินงานของผู้บริหารชุดเดิมทั้งหมด […]

แบรนด์แห่โยกงบสู่ออนไลน์ ดันโฆษณาดิจิทัล 8 ปีโตเพิ่ม 6 เท่า

แบรนด์แห่โยกงบสู่ออนไลน์ ดันโฆษณาดิจิทัล 8 ปีโตเพิ่ม 6 เท่า

คงไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายสำหรับการเติบโตของอุตสาหกรรมโฆษณาบนสื่อ “ดิจิทัล” เพราะสื่อดังกล่าวกลายเป็น New Normal หรือสิ่งปกติในวงการสื่อไปแล้ว เมื่อผู้บริโภครุ่นใหม่ ใช้สื่อดังกล่าวเป็นกิจวัตร ส่วนคนรุ่นเก่าก็เริ่มเรียนรู้และใช้งานเสพสื่อดิจิทัลมากขึ้น สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT และกันตาร์ ประเทศไทย รายงานการใช้จ่ายเม็ดเงินโฆษณาบนสื่อดิจิทัลปี 2561 ปิดตัวเลขที่ 16,928 ล้านบาท เติบโต 36% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมจะเติบโต 21% โดยการเติบโตยังติดต่อกันยาวนาน 8 ปีต่อเนื่อง ส่วนสาเหตุที่โฆษณาบนดิจิทัลโตกว่าคาดการณ์ในปีก่อน พัชรี เพิ่มวงษ์อัศวะ กรรมการ สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) บอกว่า ตัวแปรที่มีผลต่อการใช้เม็ดเงิน เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคใช้สื่อดิจิทัลกันมาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ “นักการตลาด เอเยนซี่ แบรนด์สินค้าปรับตัวโยกงบมาใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น ทำการตลาดผสมผสานระหว่างสื่อเก่าและสื่อใหม่ ขณะที่การใช้เงินบนสื่อดิจิทัล ยังวัดผลความคุ้มค่าในการใช้จ่ายได้มากขึ้นด้วย” ขณะที่แบรนด์ครองแชมป์ใช้จ่ายเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลมากสุด ได้แก่ กลุ่มยานยนต์มูลค่า 2,361 ล้านบาท การสื่อสาร 1,925 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ(สกินแคร์) 1,454 ล้านบาท เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮล์ 1,148ล้านบาท และธุรกิจธนาคาร 1,080 ล้านบาท ที่น่าสนใจคือกลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ขยับมาเป็นอันดับ 4 แซงแบงก์ในการเทเงินซื้อสื่อโฆษณาดิจิทัลเนื่องจากมีการออกสินค้าใหม่กันคึกคักรับฤดูกาลขายและเทศกาลต่างๆ มีการปรับแพ็คเกจจิ้งใหม่ๆ รวมถึงค่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่หันมาบุกตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์มากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจค้าปลีกที่ทุ่มทุนซื้อโฆษณาดิจิทัลเพิ่มเป็น “เท่าตัว” ส่วนผลิตภัณฑ์นม(Dairy)กลับใช้จ่ายลดลง เพราะสินค้ากลุ่มนี้หันไปทำ Trade Promotion และกิจกรรม ณ จุดขาย เพื่อกระตุ้นยอดขายแทน ราชศักดิ์ อัศวศุภชัยกรรมการ […]

จะเกิดอะไรขึ้นหลัง VGI ซื้อ PLANB

จะเกิดอะไรขึ้นหลัง VGI ซื้อ PLANB

ดีลล่าสุดที่สร้างความฮือฮาในตลาดทุน เมื่อบริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ทุ่มเงินประมาณ 4,600 ล้านบาท ปิดดีลเข้าซื้อหุ้นบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB ในสัดส่วน 18.59% ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นเบอร์ 2 ทันที เป็นรองผู้ถือหุ้นเบอร์ 1 คือ “ปรินทร์ โลจนะโกสินทร์” สัดส่วน 28.45% แน่นอนว่า หากเปรียบเทียบลักษณะการทำธุรกิจของทั้ง VGI กับ PLANB เล่นอยู่ในตลาดสื่อโฆษณาที่เป็นคู่แข่งกันโดยตรง VGI ซึ่งรายได้น่าจะมากกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี เป็นผู้เล่นอันดับ  1 กับ PLANB ที่มีรายได้ประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี ผู้เล่นอันดับ 2 ในตลาดสื่อโฆษณานอกบ้าน (Out of Home Media:OHM) แต่เมื่อรวมกับการที่ VGI เข้าถือหุ้นรวมกับบริษัทแม่คือ […]

แผนPLANBหลังผนึกVGI สตาร์ทQ2-รายได้ทะลุ5พันล.

แผนPLANBหลังผนึกVGI สตาร์ทQ2-รายได้ทะลุ5พันล.

ทันหุ้น – PLANB กดปุ่มร่วมมือกับ VGI ไตรมาส 2 นี้ เน้นนำพื้นที่เครื่องมือเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกัน คาดดันรายได้ PLANB ทะลุ 5 พันล้านบาท แย้มยันสนใจซื้อกิจการต่อ รับเจรจาหลายราย ลุ้นข่าวดีทยอยออกทั้งปี กูรูเห็นด้วยเพิ่มความสามารถทำกำไร ชี้พื้นฐานสื่อโฆษณานอกยังแข็งแกร่ง มองเป้า 7.70 บาท แหล่งข่าววงการอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ความร่วมมือระหว่าง บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB และ บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGI หลังจากที่ VGI เข้าไปถือหุ้น PLANB 18.59%  จะเริ่มดำเนินการในช่วงไตรมาส 2/2562 นี้เป็นต้นไป โดยหลักๆ จะเป็นการนำเอาพื้นที่สื่อที่มีในมือ รวมถึงเทคโนโลยีของทั้ง […]