ครึ่งปี BTS รายได้พุ่ง2หมื่นล้าน เปิดรถไฟฟ้าไป ม.เกษตรดันผู้โดยสารทะลุ8.8แสนคน/วัน

BTS รายได้พุ่ง2หมื่นล้าน เปิดรถไฟฟ้าไป ม.เกษตรดันผู้โดยสารทะลุ8.8แสนคน/วัน

นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง แถลงผลประกอบการไตรมาส 2 และครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2562/2563 ว่า ไตรมาส 2 (ก.ย.-พ.ย. 2562) มีรายได้รวม 11,359 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 2 (ก.ย.-พ.ย. 2561) ปีที่แล้วที่มีรายได้รวม 15,818 ล้านบาท 28%

@รายได้ครึ่งปี 2 หมื่นล้าน

เนื่องจากการรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองลดลง แต่กำไรสุทธิของปีนี้อยู่ที่ 1,278 เพิ่มขึ้น 91% จากไตรมาส 2 ปีที่แล้วที่มีกำไรสุทธิ 670 ล้านบาท และกำไรก่อนหักค่าใช้จ่าย (EBITDA) อยู่ที่ 1,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มี EBITDA 1,401 ล้านบาท

“คิดเป็นผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรก จะมีรายได้รวม 20,445 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มีรายได้รวม 18,908 ล้านบาท และเมื่อจำแนกรายได้แบ่งตามสัดส่วนธุรกิจจะพบว่า 80% ยังเป็นรายได้จากธุรกิจขนส่งมวลชน 14% มาจากธุรกิจสื่อ 5% จากธุรกิจบริการ และ 1% จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์“

@รถไฟฟ้ารายได้หดกำไรเพิ่ม

ทั้งนี้เมื่อแยกรายได้เป็นรายธุรกิจ ในส่วนของระบบขนส่งมวลชน (Mass Transit) ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2562/2563 มีรายได้รวม 9,132 ล้านบาท ลดลง 36% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มีรายได้ 14,255 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมครึ่งปีแรก 2562/2563 อยู่ที่ 16,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มีรายได้รวม 16,068 ล้านบาท

สาเหตุมาจากการรับรู้รายได้จากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองลดลงจากเดิมรับรู้รายได้ 11,800 ล้านบาท เหลือ 4,400 ล้านบาท เนื่องมาจากการก่อสร้างมีความคืบหน้ามากขึ้น

BTS รายได้พุ่ง2หมื่นล้าน เปิดรถไฟฟ้าไป ม.เกษตรดันผู้โดยสารทะลุ8.8แสนคน/วัน

แต่ขณะเดียวกันกำไรขั้นต้นกลับเพิ่มขึ้น โดยในไตรมาส 2 มีกำไรขั้นต้น 1,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มีกำไรขั้นต้น 1,078 ล้านบาท เป็นผลมาจากรายได้จากการก่อสร้างและจัดหาระบบรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 1,600 ล้านบาท เป็น 3,200 ล้านบาท และจากการที่เปิดให้บริการสถานีห้าแยกลาดพร้าวเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ก็ทำให้รายได้จากการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) เพิ่มขึ้นจาก 414 ล้านบาท เป็น 866 ล้านบาท

สำหรับโครงการที่มีความคืบหน้า คือมีการเปิด 5 สถานีในรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ (หมอชิต-คูคต) นับตั้งแต่สถานีห้าแยกลาดพร้าวในเดือน ส.ค. และอีก 4 สถานี เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา เฉพาะในวันที่ 4 ธ.ค. ได้รับการตอบรับอย่างดี มีผู้โดยสารในระบบถึง 880,000 เที่ยวคน/วัน และภายในปี 2563 จะเปิดบริการตลอดเส้นทาง

ขณะเดียวกัน บริษัทได้เข้าร่วมกับกลุ่ม BGSR (ร่วมกับ บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอจี ดีเวลลอปเมนท์, บมจ.ราชกรุ๊ป และ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น) เป็นผู้ชนะประมูลงานระบบเก็บค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ 2 สายคือ สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี และสายบางปะอิน – นครราชสีมา รวมมูลค่า 39,100 ล้านบาท คาดว่าจะเซ็นสัญญาในต้นปี 2563

@VGI โตต่อเนื่อง

ด้านธุรกิจสื่อโฆษณาและบริการ มี บมจ.วีจีไอ เป็นผู้ดำเนินการ มีรายได้รวมในไตรมาส 2 ที่ 1,607 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่รายได้รวม 1,217 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมในชวงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2,970 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 27% ที่มีรายได้รวม 2,335 ล้านบาท

เป็นผลจากธุรกิจรายได้ในส่วนดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นคิดเป็น 37% ของรายได้รวมของธุรกิจสื่อ และเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 102% เป็นรายได้ประมาณ 597 ล้านบาท เป็นผลมาจากการรับรู้รายได้ของ VGI Digital Lab ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจใหม่ที่ให้บริการการตลาดแบบออนไลน์, การเพิ่มขึ้นของรายได้กลุ่ม Rabbit Group รวมถึงการควบรวมงบการเงินแบบเต็มไตรมาสของกลุ่ม Trans. Ad Group กับ บมจ.มาสเตอร์แอด (MACO)

@ยูซิตี้รายได้เพิ่ม 15%

และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มี บมจ.ยูซิตี้ เป็นผู้ดำเนินการ มีรายได้รวมในไตรมาส 2 ที่ 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 15% ที่มีรายได้รวม 87 ล้านบาท รายได้ส่วนใหญ่มาจากอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์คือจากโครงการธนาซิตี้ กอล์ฟแอนด์สปอร์ตคลับ และมีการรับรู้ส่วนแบ่งยอดขาดทุนสุทธิจากยูซิตี้ลดลงที่ 7 ล้านบาท จากช่วงดียวกันของปีที่แล้วที่มียอดขาดทุนสสมที่ 99 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากยูซิตี้ไม่มีบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่เคยบันทึกไปแล้วในไตรมาส 3 ปีที่แล้ว

@ส่งบัตรแรบบิทเจาะบัตรพนักงานออฟฟิศ

ส่วนยอดผู้ใช้งานบัตร rabbit และ rabbit line pay ปัจจุบันมียอดเติบโตทั้ง 2 แบบ โดยบัตร rabbit มีสมาชิกรวม 12.2 ล้านราย เติบโต 24.3% หรือประมาณ 700,000 ราย ส่วนบัตร rabbit line pay อยูที่ 6.5 ล้านราย เติบโต 43.2% หรือประมาณ 500,000 ราย และมีการขยายช่องทางไปยังรถเมล์ใน จ.เชียงใหม่ ภูเก็ต อ.ศาลายา จ.นครปฐม และ จ.นนทบุรี รวมเรือด่วนเจ้าพระยาด้วย

“ตอนนี้กำลังเจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าบริษัทองค์กรมากขึ้น โดยจะติดตั้งระบบ rabbit บนบัตรพนักงาน เริ่มนำร่องกับกลุ่มบริษัทในเครือสหพัฒน์ก่อน เพราะมี MOU ร่วมกัน วางเป้าหมาย 20,000 คน ปัจจุบันออกบัตรไปแล้ว 3,000-4,000 คน”

@เพิ่มจุดรับส่งของบน 4 สถานี BTS

ขณะที่ธุรกิจขนส่ง โดย บริษัท เคอร์รี่เอ็กซ์เพลส (ไทยแลนด์) จำกัด มียอดส่งพัสดุ ณ ส.ค. 2562 ที่ 2 ล้านชิ้น/วัน มีจุดให้บริการ 10,000 จุดทั่วประเทศ และมีบริการ BTS Express Service เป็นจุดรับส่งพัสดุบนสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว 4 สถานี ประกอบด้วย สยาม, ศาลาย, พร้อมพงษ์ และทองหล่อ โดยมีบริการจัดส่งรอบสถานีรถไฟฟ้าดังกล่าวไม่เกิน 200 เมตรภายใน 3 ชั่วโมง

@บุกเบิก ร.ร.นานาชาติ

ความคืบหน้าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดย บมจ.ยูซิตี้ ได้เข้าซื้อกิจการโรงแรมอะโคน่าในประเทศเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์รวม 19 แห่ง ในรูปแบบสัญญาเช่าดำเนินการ ยอดรวม 24.7 ล้านยูโร หรือ 890.5 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังได้บุกเบิกธุรกิจโรงเรียนนานาชาติครั้งแรก กับ “เวอร์โซ่” เป็นการ Joint Venture กับบริษัทของฮ่องกง ตั้งอยู่ที่ธนาซิตี้บางนา รองรับนักเรียน 1,800 คน เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล – เกรด 12 ใช้หลักสูตรอเมริกัน จะเปิดภาคการศึกษาแรกในเดือน ส.ค. 2563 มีความคืบหน้าการก่อสร้างที่ 70%

และโครงการรีโนเวตโรงภาษีร้อยชักสาม ให้เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเริ่มสำรวจโครงสร้างอาคารและสภาพทางโบราณคดี เพื่อวางแผนการก่อสร้างต่อไป

ทั้งนี้สินทรัพย์รวมของบริษัท ณ วันที่ 30 ก.ย. มียอดรวม 13,496 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% หรือ 19,532 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 6% หรือ 5,895 ล้านบาท เป็นจำนวน 97,912 ล้านบาท

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล : prachachat.net